กรอนิงเก้นใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 โดยพึ่งพาสองกองกลางเพื่อความมั่นคงในศูนย์กลาง พวกเขาพยายามขยายแนวรับของฝ่ายตรงข้ามโดยสลับการเล่นไปมาที่ปีก แบ็กฟูลตัวของทีมจะผลักดันขึ้นหน้าเพื่อขยายแนวรุก และวิธีการทำประตูหลักของทีมคือการครอสจากปีกและการยิงไกลบริเวณขอบเขตโทษ ปัญหาใหญ่ของทีมคือการเจาะแนวรับที่แน่นหนา ซึ่งทำให้พวกเขาประสบปัญหาในการเปลี่ยนการครองบอลเป็นประตู ทำให้มีผลเสมอมากขึ้นในช่วงหลัง เมื่อแบ็กฟูลตัวผลักดันขึ้นหน้า จะมีช่องว่างอยู่ด้านหลัง และหากฝ่ายตรงข้ามสามารถสวนกลับได้อย่างรวดเร็ว กองหลังกลางจะถูกโจมตีโดยกองหน้าฝ่ายตรงข้าม ทำให้แนวรับอ่อนแอ ในการคว้าชัยชนะ กรอนิงเก้นจำเป็นต้องใช้โอกาสในครึ่งแรกและพยายามทำประตูเร็ว