
สนาม จีเทค คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม พร้อมเปิดศึกเวสต์ลอนดอนดาร์บี้แมตช์อันน่าตื่นเต้นในคืนวันศุกร์นี้ (ตรงกับเช้าวันเสาร์ เวลา 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) โดย "ผึ้งพิฆาต" เบรนท์ฟอร์ด จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "สิงห์บลูส์" เชลซี ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ปัจจุบัน เชลซี รั้งอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก หลังเก็บได้ 7 คะแนนจากการลงสนาม 4 นัด ขณะที่ เบรนท์ฟอร์ด ตามมาติดๆ ในอันดับ 7 มี 6 คะแนน
**ภาพรวมก่อนการแข่งขัน**
เบรนท์ฟอร์ด ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายตลอด 6 นัดหลังสุดในทุกรายการในฤดูกาลนี้ (ชนะ 3 เสมอ 3) โดยทัพผึ้งพิฆาตเพิ่งเปิดบ้านเอาชนะ เรดดิ้ง 2-1 ในศึกคาราบาว คัพ รอบสาม เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทีมของ คีธ แอนดรูว์ส เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างหรูหราด้วยการเปิดบ้านถล่ม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-0 ในเกมนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ก่อนจะเสมอรวด 3 นัดติดต่อกันกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด, ซันเดอร์แลนด์ และ บอร์นมัธ
เบรนท์ฟอร์ด มี 6 คะแนนจาก 4 นัด รั้งอันดับ 7 ของตาราง และกำลังมองหาชัยชนะนัดที่สองในลีกฤดูกาลนี้ ในเกมนัดสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงพักโปรแกรมฟุตบอลทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม ทัพผึ้งพิฆาตยังไม่เคยเอาชนะ เชลซี ในบ้านตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีกได้เลยจากการเจอกัน 5 นัดหลังสุด แม้ว่า 4 นัดหลังสุดที่พบกันที่นี่จะจบลงด้วยผลเสมอทั้งหมดก็ตาม
น่าเหลือเชื่อที่ 10 จาก 14 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกของ เบรนท์ฟอร์ด จบลงด้วยผลเสมอ ในขณะที่ เชลซี ชนะเกมเยือนในลีกได้เพียงนัดเดียวจาก 6 นัดหลังสุด และผลงาน 2 นัดล่าสุดในลีกของทัพสิงห์บลูส์ก็ยังทำได้ไม่น่าประทับใจนัก
การเริ่มต้นฤดูกาลของ เชลซี เต็มไปด้วยความผันผวน โดยมีสถิติชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 จาก 4 นัดแรก เก็บได้ 7 คะแนน รั้งอันดับ 6 ของตาราง
ทีมของ ชาบี อลองโซ่ เป็นทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดเป็นอันดับสองในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยส่งบอลซุกหน้าต่างไปแล้วถึง 10 ประตู แต่ในทางกลับกัน พวกเขากลับเสียไปถึง 9 ประตู ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาทีมครึ่งบนของตาราง (ท็อป 9)
สิงห์บลูส์ ลงเล่นเกมนัดล่าสุดโดยเปิดบ้านเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 ส่วนเกมเยือนนัดล่าสุดในลีกจบลงด้วยการพ่ายแพ้ต่อแชมป์เก่าอย่าง อาร์เซน่อล 1-2
นอกจากนี้ เชลซี เพิ่งเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-3 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึกคาราบาว คัพ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นับเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่สร้างความบันเทิงให้กับแฟนบอลอย่างมาก สำหรับทีมที่ถูกมองว่ามีลุ้นสอดแทรกแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
ในการเจอกันนัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีก เชลซี สามารถเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0 แต่การเจอกันที่สนาม เบรนท์ฟอร์ด คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม ในฤดูกาล 2025-26 นั้นจบลงด้วยผลเสมอ 2-2
**ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีก**
เบรนท์ฟอร์ด: ชนะ เสมอ เสมอ เสมอ
เชลซี: ชนะ ชนะ แพ้ เสมอ
**ฟอร์มการเล่นรวมทุกรายการ**
เบรนท์ฟอร์ด: ชนะ ชนะ เสมอ เสมอ เสมอ ชนะ
เชลซี: ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ เสมอ
**ความพร้อมของทั้งสองทีม**
เบรนท์ฟอร์ด จะหมดสิทธิ์ใช้งาน โจชัว ดาซิลวา (ต้นขา), อันโตนี มิแลมโบ (เข่า), เนธาน คอลลินส์ (น่อง), เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (ขาหนีบ) และ คาเฟ ฟูโร่ (ไม่ระบุอาการ) ในศึกเวสต์ลอนดอนดาร์บี้ครั้งนี้
ขณะเดียวกัน มาธิอัส เยนเซ่น (ความฟิต) ยังต้องรอเช็กความพร้อมว่าจะลงช่วยทีมในศึกพรีเมียร์ลีกนัดนี้ได้หรือไม่
เควิน ชาเดอ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับ เบรนท์ฟอร์ด ในฤดูกาลนี้ โดยยิงไปแล้ว 3 ประตูจากการลงสนาม 5 นัด และดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้จะยังคงได้รับโอกาสลงทำเกมในแดนหน้าต่อไป
ด้าน อิกอร์ ติอาโก้ พร้อมลงล่าสกอร์เพื่อบวกประตูเพิ่มจากเดิมที่ทำไว้ 1 ประตูในฤดูกาลนี้
ทางฝั่ง เชลซี ทั้ง เจา เปโดร และ รีซ เจมส์ ต่างไม่ได้ร่วมฝึกซ้อมกับทีมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดย เปโดร ได้ขอถอนตัวจากทีมชาติบราซิลเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แต่เขายังมีโอกาสที่จะมีชื่อในเกมนี้
มอยเซส ไคเซโด (น่อง), มาร์โก พาเลสตรา (ความฟิต), เอ็มมานูเอล เอเมกา (ความฟิต) และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ข้อมือ) ต่างมีลุ้นที่จะพร้อมลงสนามช่วยทีมในเกมเจอกับ เบรนท์ฟอร์ด เช่นกัน
เปปชา บาริอา อาจได้รับโอกาสลงเล่นเป็นแบ็กขวาแทนที่ ยอร์เรล ฮาโต ที่ทำผลงานได้ไม่ดีนักในเกมพบ ฮัลล์ ซิตี้ ขณะที่ แมกแซนซ์ ลาครัวซ์ คาดว่าจะกลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้ง
โคล พัลเมอร์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส ทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และจะลงประสานงานร่วมกันในเกมรุกอย่างแน่นอน
**11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม**
**เบรนท์ฟอร์ด:** เคลเลเฮอร์ (GK); คาโยเด, ชูสเตอร์, อาเยอร์, ลูอิส-พ็อตเตอร์; ยาเนลต์, ซ็องกาเร; ชาเดอ, ยาร์โมลยุก, แอนโธนี; ติอาโก้
**เชลซี:** มาร์ติเนซ (GK); โฟฟานา, ลาครัวซ์, โคลวิลล์; เนโต้, ลาเวีย, เจมส์, ชาบาร์เรีย; พัลเมอร์, เจา เปโดร, โรเจอร์ส
**ทรรศนะผลการแข่งขัน: เบรนท์ฟอร์ด 2-2 เชลซี**
เชลซี มีแนวรุกที่เต็มไปด้วยคุณภาพและความตระการตา แต่ เบรนท์ฟอร์ด ก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งและเล่นได้เคี่ยวงวดมาก ซึ่งคาดว่าทัพผึ้งพิฆาตมีความน่ากลัวพอที่จะแบ่งแต้มได้ในคืนวันศุกร์นี้
ประวัติศาสตร์การพบกันช่วงหลังแสดงให้เห็นว่า เบรนท์ฟอร์ด น่าจะรอดพ้นจากการพ่ายแพ้ในบ้านตนเอง