
เดลี่ เมล สื่อดังระดับเอ็กซ์คลูซีฟของอังกฤษ รายงานข่าวใหญ่สะเทือนวงการลูกหนัง เมื่อ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน เดินหน้าเปิดศึกนอกสนามกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลนา เพื่อแย่งชิงตัว เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งอัจฉริยะวัย 15 ปีของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด มาร่วมทัพ
รายงานระบุว่า ตัวรุกวัยเยาว์รายนี้ได้ยื่นเรื่องขอยกเลิกสัญญาและยกเลิกการจดทะเบียนกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างกะทันหัน จนสร้างความตกตะลึงให้กับบอร์ดบริหารของสโมสรอย่างมาก โดยชนวนเหตุสำคัญมาจากครอบครัวของนักเตะไม่พอใจที่ กาเบรียล ได้รับโอกาสลงสนามในปรีซีซันค่อนข้างน้อย โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองเพียงนัดเดียวในเกมพบ แอตเลติโก มาดริด ทั้งที่ฝั่งครอบครัวมองว่าเขาดีพอที่จะได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของกุนซือ ไมเคิล คาร์ริก ในฤดูกาลนี้แล้ว ซึ่งจากปัญหากรณีนี้ทำให้เดิมทีทีมวางแผนจะใส่ชื่อเขาในเกมคาราบาว คัพ พบ ไบรท์ตัน วันพุธนี้ เพื่อทำลายสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้สโมสรของ เดวิด กาสเคลล์ เมื่อปี 1956 ต้องถูกยกเลิกไปทันที
ประเด็นสำคัญคือ กาเบรียล ถือหนังสือเดินทางไอริช ทำให้เขาสามารถย้ายไปค้าแข้งกับทีมในยุโรปได้ตั้งแต่อายุครบ 16 ปี ต่างจากแข้งอังกฤษทั่วไปที่ต้องรอจนถึงอายุ 18 ปี ซึ่งเข้าทางความฝันของตัวนักเตะและครอบครัวที่อยากย้ายไปค้าแข้งในสเปน โดยมี เรอัล มาดริด ภายใต้การนำทัพของ โชเซ มูรินโญ โผล่ขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของ บาร์เซโลนา ที่เคยพานักเตะไปชมศูนย์ฝึกและถ่ายรูปคู่กับ ลามีน ยามาล มาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 รวมถึงมี ไบเออร์น มิวนิก ที่จับตาดูสถานการณ์อยู่ด้วย
สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งไม่อยากเสียเพชรเม็ดงามที่อยู่กับอคาเดมี่มาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะยกเลิกสัญญาหรือยกเลิกการจดทะเบียนของนักเตะในตอนนี้ โดยหากปล่อยให้ย้ายไปต่างแดน สโมสรจะได้ค่าชดเชยเพียงแค่ประมาณ 300,000 ปอนด์เท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโปรเจกต์ปฏิรูปอคาเดมี่ของกลุ่มทุนอิเนโอสอย่างแน่นอน