
ลิเวอร์พูลที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เตรียมยกพลไปเยือนทีมน้องใหม่อย่าง อิปสวิช ทาวน์ ที่สนามพอร์ตแมน โรด ในคืนวันศุกร์นี้ (ตามเวลาประเทศไทย) โดยหวังจะเก็บสามแต้มแรกให้ได้เสียที
ทัพ "ม้าขาว" เจ้าถิ่นตั้งเป้าที่จะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ยับเยินอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ขณะที่ฝั่ง "หงส์แดง" กำลังกระหายการคว้าคะแนนเต็มอย่างที่สุด
**บทวิเคราะห์การแข่งขัน**
ทีมอิปสวิชของ แกรี โอนีล เริ่มต้นฤดูกาล 2026-27 ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมพวกเขากลับต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่โหดร้าย
ทัพม้าขาวพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอย่างขาดลอย 5-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยในเกมนั้น บรูโน เฟอร์นันเดส ทำแฮตทริกได้ และ เจคอบ กรีฟส์ ทำเข้าประตูตัวเอง
หากจะให้ความเป็นธรรมกับลูกทีมของโอนีล พวกเขาเป็นฝ่ายออกนำก่อนจาก ลีฟ เดวิส ตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแรก แต่กุนซือของทีมก็รู้สึกผิดหวังกับวิธีที่ทีมเสียกระบวนจนพ่ายแพ้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ในการเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกอีกรายในคืนวันศุกร์นี้ อิปสวิชจะได้แรงใจจากการเล่นที่พอร์ตแมน โรด ซึ่งพวกเขาเคยเอาชนะซันเดอร์แลนด์มาได้ 2-1 ในนัดเปิดสนาม จากประตูชัยนาทีที่ 90 ของ แจ็ค คลาร์ก
อีกปัจจัยที่ทำให้ทัพม้าขาวมีความหวังคือการที่พวกเขาเคยเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ในศึกอีเอฟแอล คัพ ต่อหน้าแฟนบอลในบ้านเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าพวกเขาชนะถึง 6 จาก 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ
ในขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ อันโดนี อิราโอลา เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างฝืดเคือง และต้องการชัยชนะในสัปดาห์นี้เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้กับทีม
ทัพหงส์แดงต้องไล่ตามตีเสมอสองครั้งจนจบด้วยผล 2-2 ในเกมพบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว โดยได้ วิคเตอร์ มูญอซ นักเตะใหม่ที่ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรก ซัดประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม
ทีมของอิราโอลาพยายามมองหาการเสริมทัพเพิ่มเติมในตลาดซื้อขาย แต่ดีลของ ยันคูบา มินเตห์ (ไบรท์ตัน), อิสไมลา ซาร์ (คริสตัล พาเลซ) และ มาโล กุสโต (เชลซี) กลับไม่เกิดขึ้นก่อนปิดตลาด
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลได้ประกาศคว้าตัว แบรดลีย์ บาร์โคลา ปีกค่าตัว 123 ล้านปอนด์มาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งสโมสรหวังว่าดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้จะช่วยพาทีมคว้าสามแต้มได้ในคืนวันศุกร์
หงส์แดงทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนักในเกมนอกบ้านนัดแรกที่เสมอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 แต่ด้วยการมาถึงของบาร์โคลา หากผลการแข่งขันในคืนวันศุกร์นี้จบลงด้วยสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ชัยชนะ จะถือเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่
**ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกของอิปสวิช ทาวน์:**
ชนะ, แพ้
**ฟอร์มการเล่นของอิปสวิช ทาวน์ (ทุกรายการ):**
ชนะ, ชนะ, แพ้
**ฟอร์มการเล่นในพรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูล:**
เสมอ, เสมอ
**สภาพความพร้อมของทีม**
อิปสวิชจะไม่มี เจเดน ฟิโลจีน-ไบเดซ ปีกซ้ายที่บาดเจ็บข้อเท้า และยังต้องลุ้นเช็คฟิต เอเมอร์สัน กองหน้าที่มีปัญหาบาดเจ็บเข่า
หากเอเมอร์สันลงไม่ได้ ชูบา อัคปอม จะลงทำหน้าที่หน้าเป้า โดยมี อับดุล ฟาตาวู และ ไดเซน มาเอดะ ขนาบข้าง และมี ฮูลิโอ เอนซิโซ ในบทบาทหมายเลข 10
ทัพม้าขวาเยังมีปัญหาในแดนกลาง เนื่องจาก อาซอร์ มาตูซิวา บาดเจ็บกล้ามเนื้อ, แจ็ค เทย์เลอร์ เจ็บเข่า และ ฟลอเรนติโน ลุยส์ ยังไม่แน่ว่าจะลงสนามได้หรือไม่
ในสถานการณ์นี้ มาร์เซลิโน นูเญซ และ ซาซา ลูคิช น่าจะได้ลงคุมแดนกลางคู่กันในระบบดับเบิลพิวอต เพื่อช่วยสกรีนหน้าคู่เซนเตอร์อย่าง อิสซา ดิย็อป และ เจคอบ กรีฟส์
ด้านลิเวอร์พูลจะยังคงไม่มีผู้เล่นที่บาดเจ็บยาวหลายราย โดย ฮูโก เอกิติเก กองหน้ายังอยู่ระหว่างพักฟื้นจากอาการเอ็นร้อยหวายฉีกขาด ขณะที่ จิโอวานนี เลโอนี ปราการหลังตัวกลาง และ คอเนอร์ แบรดลีย์ แบ็กขวา กำลังอยู่ในช่วงกายภาพหลังบาดเจ็บเข่าอย่างรุนแรงเมื่อฤดูกาลก่อน
นอกจากนี้ โจ โกเมซ ยังมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อจากการปรีซีซั่น รวมถึง เฟเดริโก เคียซา ที่มีปัญหาที่หลังรบกวนจนยังไม่ได้ลงสนามในฤดูกาล 2026-27
จากสภาพทีม คาดว่า อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะได้ออกสตาร์ทเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ค็อดี้ กัคโป, ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และ วิคเตอร์ มูญอซ คอยสนับสนุน ส่วนบาร์โคลาน่าจะเริ่มต้นที่ม้านั่งสำรองไปก่อน
ในแนวรับ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จะจับคู่กับ เฌเรมี ฌักเกต์ อีกครั้ง โดยมี เฌเรมี ฟริมปง และ มิลอส เคอร์เคซ ประจำการในตำแหน่งแบ็กทั้งสองข้าง
**รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม**
**อิปสวิช ทาวน์:**
สเชอร์เพน; โอเชีย, ดิย็อป, กรีฟส์, เดวิส; นูเญซ, ลูคิช; ฟาตาวู, เอนซิโซ, มาเอดะ; อัคปอม
**ลิเวอร์พูล:**
อลีสซง; ฟริมปง, ฌักเกต์, ฟาน ไดจ์ค, เคอร์เคซ; แม็ค อัลลิสเตอร์, โซโบสไล; กัคโป, เวิร์ตซ์, มูญอซ; อิซัค
**ฟันธงผลการแข่งขัน: อิปสวิช ทาวน์ 1-2 ลิเวอร์พูล**
แม้ว่าอิปสวิชจะเพิ่งโดนแมนฯ ยูไนเต็ดถล่มมา แต่นัดนั้นพวกเขาเริ่มต้นเกมได้ดีมาก และน่าจะสร้างความอันตรายให้กับลิเวอร์พูลได้ในคืนวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลกำลังกระหายชัยชนะนัดแรกอย่างมาก และแม้ว่าเกมรับจะยังดูหลวมๆ แต่เชื่อว่าทัพหงส์แดงจะเบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด