โรม่าใช้ระบบ 3-4-2-1 ที่พึ่งพาความสามารถของวิงแบ็กในการวิ่งขึ้นลงริมเส้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวิงแบ็กขยับขึ้นไปข้างหน้า พวกเขาสามารถขยายความกว้างของการโจมตีได้ ในขณะที่การเคลื่อนไหวของดีบาล่าในพื้นที่ระหว่างแนวรับและแนวรุกสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาจริงๆ คือกัปตันเพลเลกรินีไม่สามารถลงสนามได้ ทำให้แดนกลางขาดผู้เล่นที่สามารถควบคุมเกมได้ ซึ่งทำให้เกิดภาระหนักบนผู้เล่นหลักๆ ในการจัดการเกมรุก หากทีมไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสในการโจมตีเป็นประตูได้ และวิงแบ็กช้าในการกลับมาช่วยเกมรับ มันจะทำให้มีพื้นที่ว่างให้ฟิออเรนตินาสามารถเจาะเข้ามาได้ การเล่นในบ้านทำให้ทีมมีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงในการกดดันสูง แต่การคงสมดุลระหว่างกำลังรุกและรับเป็นประเด็นที่ทีมงานโค้ชต้องแก้ไข