
เจดอน ซานโช ปีกชาวอังกฤษวัย 26 ปี กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ที่ยังไม่มีสังกัดอย่างเป็นทางการ หลังหมดสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดช่วงสองฤดูกาลครึ่งที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญวิถีชีวิตแบบพเนจรด้วยการถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับสามสโมสรที่แตกต่างกันอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, เชลซี และแอสตัน วิลลา ทางด้าน กาบี อักบอนลาฮอร์ ผู้ดำเนินรายการทางทอล์กสปอร์ต แสดงความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ในปัจจุบันของปีกรายนี้ โดยระบุว่าเขาจะไม่รู้สึกประหลาดใจเลยหากซานโชตัดสินใจแขวนสตั๊ดในอีกสองปีข้างหน้า
ในรายการทอล์กสปอร์ต เจฟฟ์ สเตรลิง ได้ตั้งคำถามว่า จากการที่ยังไม่มีข้อตกลงย้ายทีมที่ชัดเจนในขณะนี้ ซานโชกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะหายหน้าไปจากวงการฟุตบอลอาชีพอย่างสิ้นเชิงหรือไม่ ซึ่ง อักบอนลาฮอร์ คู่หูในรายการได้ตอบกลับว่า "ผมกังวลเกี่ยวกับซานโชจริงๆ ครับเจฟฟ์ ผมเป็นห่วงเขามาก เพราะเห็นได้ชัดว่าช่วงเวลาของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ประสบความสำเร็จ ผลงานของเขากับดอร์ทมุนด์ค่อนข้างดี แต่กลับล้มเหลวอีกครั้งกับเชลซี พอเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาย้ายไปแอสตัน วิลลา ทุกคนต่างคิดว่าอูไน เอเมรี จะสร้างปาฏิหาริย์ได้ แต่กุนซือรายนี้ก็ทำไม่สำเร็จ ช่วงเวลาที่ซานโชเล่นให้แอสตัน วิลลา มีเพียงแค่สองนัดเท่านั้นที่โชว์ฟอร์มพอใช้ได้ในครึ่งหลัง เขาไม่สามารถเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นฝั่งตรงข้ามในการดวลตัวต่อตัวได้เลย ความได้เปรียบเรื่องความเร็วสูญหายไปหมดแล้ว และประสิทธิภาพในการจบสกอร์ก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน ในวัย 26 ปี ตอนนี้เขากลายเป็นผู้เล่นว่างงานในฐานะนักเตะไร้สังกัดไปแล้ว"
อักบอนลาฮอร์ กล่าวต่ออีกว่า "เจฟฟ์ ในวงการฟุตบอลมีกฎเหล็กข้อหนึ่งเสมอ นั่นคือหากคุณเข้าสู่สัญญาปีสุดท้าย คุณต้องเค้นฟอร์มในสนามให้ออกมาโดดเด่นอย่างเพียงพอ มิฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก้าวต่อไปในอาชีพของคุณจะไม่บรรลุผลตามที่คุณคาดหวังไว้ แล้วพอหันมามองซานโช เขาต้องดิ้นรนกับฟอร์มการเล่นติดต่อกันมาหลายฤดูกาลแล้ว เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายังมีสัญญาอยู่แท้ๆ แต่กลับทำผลงานได้อย่างย่ำแย่กับแอสตัน วิลลา จึงไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครสนใจในตัวเขา"
ตามการคาดการณ์ของทอล์กสปอร์ต ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าว มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าซานโชจะย้ายไปร่วมทีมในลีกกาตาร์ก่อนวันที่ 1 กันยายน โดยอักบอนลาฮอร์มองว่า ข้อเรียกร้องเรื่องค่าเหนื่อยที่สูงลิ่วของเพื่อนร่วมชาติชาวอังกฤษรายนี้ ยังคงเป็นปมปัญหาสำคัญในการเจรจา ซึ่งจะทำให้เขาหมดสิทธิ์ย้ายไปร่วมทีมระดับท็อป
อักบอนลาฮอร์ ระบุว่า "ในเรื่องของสัญญาก็มีปัญหาใหญ่อยู่เช่นกัน ตอนนั้นเขาเซ็นสัญญาระยะยาวห้าปีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมประเมินนคร่าวๆ ว่าค่าเหนื่อยของเขาในตอนนั้นน่าจะอยู่ที่ราว 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ผมไม่คิดว่าตอนนี้จะมีสโมสรไหนยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้เขาที่ 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยซ้ำ แล้วตัวเขาเองจะมีความรู้สึกอย่างไรล่ะ ในเมื่อเขาคุ้นเคยกับค่าเหนื่อยที่สูงลิ่วมาโดยตลอด เขาจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรีจนคิดว่า 'ฉันไม่ยอมไปเล่นในศึกแชมเปียนชิพหรอก' หรือเปล่า แล้วในยุโรปจะมีสโมสรไหนที่พร้อมจะมอบข้อเสนออันงดงามและสถานะในทีมที่เขาคิดว่าตัวเองสมควรได้รับ"
เมื่อครั้งที่ซานโชย้ายมาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ในปี 2021 เขาคือหนึ่งในดาวรุ่งที่เนื้อหอมที่สุดในยุโรป โดยเขาเคยทำไปถึง 17 ประตู กับอีก 16 แอสซิสต์ ให้กับดอร์ทมุนด์ในฤดูกาล 2019/20 แต่ตลอดระยะเวลาห้าปีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขายิงได้เพียง 12 ประตูจากการลงสนาม 83 นัด เจฟฟ์ได้ตั้งคำถามว่า การลดลงอย่างมากของความเร็วอันเป็นอาวุธหลักในการทำมาหากิน คือสิ่งที่ฉุดรั้งอาชีพการค้าแข้งที่เคยสดใสของเขาใช่หรือไม่ ซึ่งอักบอนลาฮอร์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "จำนวนการทำประตูของเขามันน้อยเกินไปมาแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่ใช่หรือ ลองมองดูผู้เล่นริมเส้นในยุคนี้ พวกเขาต้องทำได้ 10 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ ในศึกพรีเมียร์ลีก ผมแค่รู้สึกว่าระดับความสามารถในการแข่งขันของเขาไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดอีกต่อไปแล้ว ในโลกฟุตบอล การที่ฟอร์มของนักเตะดิ่งลงเหวแบบฉับพลันไม่ใช่เรื่องที่พบได้น้อย นักเตะหลายคนเริ่มสร้างชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อายุ 18 หรือ 19 ปี พออายุถึง 26 ปี ฟอร์มก็ทรุดหนักทันที มันมีปัจจัยชักนำหลากหลายรูปแบบซ่อนอยู่เบื้องหลัง สุดท้ายแล้วอาชีพการค้าแข้งของซานโชก็ไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นตามที่หวัง ตอนนี้ผมรู้สึกเป็นห่วงเขาจริงๆ เขาจะกลายเป็นนักเตะประเภทที่ตัดสินใจรีไทร์ในวัย 28 ปีหรือไม่ ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ผมจะไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย"