
ชาบี อลอนโซ่ ตำนานกองกลางที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของเชลซีในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากแยกทางกับเรอัล มาดริด ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกผ่านสื่อดังอย่างบีบีซี (BBC) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ถึงเส้นทางการเป็นกุนซือและก้าวสำคัญในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์
เมื่อพูดถึงอิทธิพลจากคุณพ่อในการก้าวเข้าสู่อาชีพกุนซือ อลอนโซ่เล่าอย่างเป็นกันเองว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเขาเลย เพราะเขาคลุกคลีและเห็นมันมาตลอดตั้งแต่ที่บ้าน เขาไม่ได้บอกว่ามันคือโชคชะตา แต่มันเป็นสิ่งที่เขาอยากจะลองทำด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการคุมทีมชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 14 ปี ค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติและไม่เร่งรีบที่จะกระโดดขึ้นมาคุมทีมในลีกสูงสุดทันที
ส่วนประเด็นการแยกทางกับเรอัล มาดริด อลอนโซ่ยอมรับตรงๆ ว่าตลอดอาชีพของเขาไม่ค่อยมีบาดแผลมากนัก แต่การออกจากทีมชุดขาวได้ทิ้งรอยแผลไว้ในใจเขา อย่างไรก็ตามตอนนี้มันได้รับการเยียวยาจนหายสนิทแล้ว เขามุ่งมั่นที่จะสนุกกับบทบาทใหม่ เหมือนกับตอนที่เขาเริ่มคุมมาดริดใหม่ๆ เขายังบอกด้วยว่าตัวเองเป็นคนที่เข้มงวดกับตัวเองมาก มักจะทบทวนเสมอว่ามีอะไรที่ทำได้ดีกว่านี้ในจุดที่ล้มเหลว เพราะคนเราต้องเรียนรู้จากความผิดหวังและอุปสรรคเพื่อก้าวต่อไป
สำหรับการตัดสินใจเลือกรับงานที่เชลซี กุนซือป้ายแดงเผยว่าก่อนหน้านี้เขามองทีมจากมุมมองของคนนอก เห็นทั้งจุดบวกและข้อสงสัย จึงได้นำคำถามเหล่านั้นมาพูดคุยกับสโมสร จนพบว่าทั้งสองฝ่ายมีมุมมองและแนวทางการวิเคราะห์ที่ตรงกัน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างทีมให้แข็งแกร่ง อลอนโซ่มองว่าสถานการณ์ของทีมไม่ได้แย่เหมือนช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้อีกไกลมาก แค่ต้องใช้เวลา นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลในทีม ทั้งเรื่องอายุและวุฒิภาวะ โดยต้องผสมผสานทั้งนักเตะวัยยี่สิบต้นๆ วัยสามสิบกว่าๆ และช่วงวัยกลางคนให้ลงตัว พร้อมทั้งยกตัวอย่างถึงวัฒนธรรมแบบชาวบาสก์ที่เขาเติบโตมา ซึ่งให้ความสำคัญกับเป้าหมายส่วนรวมเป็นหลัก
ปิดท้ายเรื่องจังหวะเวลาในการมาคุมทีมสิงห์บลูส์ อลอนโซ่ยิ้มและชี้ไปที่หัวใจ หัว และท้องของตัวเอง พร้อมบอกว่ามันต้องมาจากสัญชาตญาณล้วนๆ เขารู้สึกว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมทั้งสำหรับสโมสรและตัวเขาเอง มันเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมาก และเขากำลังสัมผัสได้ถึงความสนุกในการทำหน้าที่ผู้จัดการทีมอย่างแท้จริง