
ตามรายงานจากเดลีเมล ระบุว่า หลังจากเกิดพฤติกรรมอื้อฉาวอย่างต่อเนื่องของทีมชาติอาร์เจนตินาในศึกฟุตบอลโลก ความนิยมของเมสซีในหมู่ประชาชนชาวอังกฤษก็ดิ่งลงอย่างหนัก
ผลการสำรวจความคิดเห็นจากยูโกฟ (YouGov) เผยให้เห็นว่า ปัจจุบันเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้สึกในมุมมองลบต่อเมสซี สาเหตุเกิดจากการกระทำหลายอย่างที่ไร้สปิริตนักกีฬาของอาร์เจนตินาในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยในเกมชิงชนะเลิศพ่ายสเปนไป 0-1 และหลังจบเกมยังเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงกับคู่แข่ง เอ็นโซถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเวลาทำการแข่งขัน ส่วนปาเรเดสก็ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการเข้าไปทำร้ายเอริก การ์เซีย และกาบี หลังจบเกม
แม้กระทั่งเมสซีเองก็มีส่วนร่วมในเหตุปะทะอันน่าอับอายในนัดชิงชนะเลิศ โดยเขาพยายามจะกดดันให้กูกูเรยาถูกใบแดงไล่ออก เพียงเพราะอีกฝ่ายใช้มือปิดปากเป็นเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ ตามกฎการแข่งขันฟุตบอลโลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติในครั้งนี้ หากผู้เล่นใช้มือปิดปากในสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้ากัน มีโอกาสที่จะถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่งอัลมิรอน ผู้เล่นปารากวัย และอินกาปิเอ ผู้เล่นเอกวาดอร์ ต่างก็เคยได้รับใบแดงจากกรณีนี้มาแล้ว แต่ในตอนนั้นกูกูเรยาไม่ได้มีเจตนาโต้เถียงเชิงยั่วยุ ผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์จึงตัดสินใจไม่แทรกแซง
นอกจากนี้ ตลอดการแข่งขันแฟนบอลจำนวนมากต่างรู้สึกว่าการตัดสินหลายครั้งเอื้อประโยชน์ให้อาร์เจนตินาอย่างชัดเจน จนดูเหมือนว่าการแข่งขันถูกบงการอยู่เบื้องหลัง การที่เมสซีพยายามทำให้กูกูเรยาโดนใบแดงจากการกระทำเพียงเล็กน้อย ทำให้ภายนอกมองว่าเขาเป็นคนใจแคบ อีกทั้งผู้เล่นในทีมอาร์เจนตินายังตะโกนคำขวัญและชูป้ายบนสนามแข่งขันหลายครั้ง เพื่อประกาศว่าหมู่เกาะมัลบีนัส (อังกฤษเรียกว่าหมู่เกาะฟอล์กลานด์) เป็นของอาร์เจนตินา ซึ่งยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวอังกฤษมากขึ้น ไปทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ต่อสาธารณะของเมสซี
ก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้น ชาวอังกฤษ 55% มีมุมมองในแง่บวกต่อเมสซี และมีเพียง 9% เท่านั้นที่มีมุมมองในแง่ลบ แต่ในปัจจุบัน สัดส่วนความพึงพอใจในแง่บวกดิ่งลงเหลือเพียง 29% ขณะที่ความคิดเห็นในแง่ลบพุ่งสูงขึ้นเป็น 44% นั่นหมายความว่า จากผลสำรวจของยูโกฟ คะแนนความนิยมสุทธิของเมสซีในหมู่ชาวอังกฤษร่วงลงจาก +46 เหลือ -15 หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นเรื่องยากมากที่สาธารณชนจะกลับมารักเขาได้อีก ซึ่งผลคะแนนความนิยมนี้แย่กว่าคู่ปรับตลอดกาลอย่างโรนัลโดอย่างมาก โดยปัจจุบันโรนัลโดมีคะแนนความนิยมสุทธิตั้งอยู่ที่ -2
แม้กระทั่งเจฟฟ์ พาวเวลล์ คอลัมนิสต์อาวุโสแผนกกีฬาของเดลีเมล ก็รู้สึกผิดหวังในตัวเมสซีเป็นอย่างมาก จากพฤติกรรมบนสนามดังกล่าว ทำให้เขาตัดสินใจถอดชื่อเมสซีออกจากรายการ 5 นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เขาเป็นผู้จัดอันดับทันที