
ศึกชิงบัลลังก์จ่าฝูงกลุ่ม I ระหว่างสองยักษ์ใหญ่เกมรุกกำลังจะอุบัติขึ้น เมื่อนอร์เวย์เตรียมลงสนามดวลกับฝรั่งเศส ในแมตช์ที่คาดว่าจะดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก เพื่อแย่งชิงอันดับที่หนึ่งของกลุ่มในเช้าวันศุกร์นี้ตามเวลาประเทศไทย
การกลับมาลุยฟุตบอลโลกครั้งแรกของนอร์เวย์นับตั้งแต่ปี 1998 เป็นไปอย่างราบรื่น โดยพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะรวดเหนืออิรักและเซเนกัล การันตีตั๋วรอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ ด้าน เออร์ลิง ฮาลันด์ ก็โชว์ฟอร์มสมราคาด้วยการเหมาคนเดียวสองประตูในสองนัดติดต่อกัน ช่วยให้ทีมเน้นเกมรุกชุดนี้ถล่มประตูคู่แข่งไปแล้วถึง 7 ลูกจากสองเกมแรก
ขณะที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับฝรั่งเศสและพาทีมเข้ารอบต่อไปแล้วเช่นกัน โดยทำไป 4 ประตูจากชัยชนะถล่มทลาย ซึ่งส่งผลให้ทัพ "ตราไก่" ครองอันดับหนึ่งของกลุ่ม I ด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า นั่นหมายความว่าผลเสมอที่สนามยิลเลตต์ สเตเดียม จะเพียงพอสำหรับพวกเขาในการรักษาจ่าฝูง และช่วยให้เส้นทางในรอบ 32 ทีมสุดท้ายรวมถึงรอบต่อๆ ไปดูเบาลงในทางทฤษฎี
แม้ว่า ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ จะไม่ได้คุมทีมข้างสนามในนัดนี้ แต่ฝรั่งเศสยังคงเป็นเต็งหนึ่งสำหรับแมตช์ในเช้าวันศุกร์นี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจในฐานะหนึ่งในตัวเต็งคว้าแชมป์ อย่างไรก็ตาม นอร์เวย์เป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เลย เพราะพวกเขามีอาวุธหนักในเกมรุกที่พร้อมจะคว้าชัยชนะเพื่อแซงขึ้นเป็นจ่าฝูง
วิเคราะห์ผลการแข่งขัน นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส
**ฝรั่งเศสเฉือนชนะในเกมสุดระทึก**
แมตช์นี้มีองค์ประกอบครบถ้วนที่จะกลายเป็นเกมคลาสสิกตลอดกาล แม้สถานการณ์อาจไม่ถึงขั้นชี้เป็นชี้ตาย แต่ตำแหน่งแชมป์กลุ่มคือเดิมพันสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่าย และแรงจูงใจในการเก็บแต้มสูงสุดเพื่อเส้นทางที่ง่ายกว่าในรอบน็อคเอาท์จะมีอยู่เต็มเปี่ยม
ฮาลันด์อาจเป็นคนทำประตูพานอร์เวย์มาถึงจุดนี้ แต่ผู้เล่นสนับสนุนคนอื่นๆ ก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นไม่แพ้กันในทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกาเหนือ สตาเล โซลบัคเคน วางระบบให้ทีมเล่นบอลบุกที่สวยงามและดุดัน แม้จะยังมีคำถามเกี่ยวกับความเปราะบางของเกมรับเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งระดับพระกาฬ
ฝรั่งเศสจะพยายามใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในแนวรับของนอร์เวย์ ซึ่งดูจะมีคุณภาพด้อยกว่าแผงกองกลางและกองหน้า และเอ็มบัปเป้ไม่ใช่ตัวอันตรายเพียงคนเดียว เพราะไมเคิล โอลิเซ่ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ขณะที่ อุสมาน เดมเบเล่ ก็เพิ่งประเดิมสกอร์แรกได้ในนัดล่าสุด
เมื่อยอดทีมสายบุกมาเจอกันที่ฟอกซ์โบโร สุดท้ายอาจเป็นประสบการณ์ คุณภาพนักเตะ และขุมกำลังที่ลึกกว่าของฝรั่งเศสที่จะเป็นฝ่ายกำชัย
ปัญหาการเสียประตูของนอร์เวย์: ทีมของโซลบัคเคนเสียประตูทั้งสองนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ตอกย้ำปัญหาเกมรับที่อาจเป็นจุดตายในระยะยาว พวกเขาเก็บคลีนชีตได้เพียง 2 ครั้งจากการลงเล่น 11 นัดหลังสุดในทุกรายการ โดยเสียประตูให้ทั้งมอลโดวา, เอสโตเนีย, นิวซีแลนด์ และอิรัก
ฝรั่งเศสที่ฉุดไม่อยู่: ทัพตราไก่กำลังอยู่ในฟอร์มที่โหดเหี้ยม เมื่อเดส์ชองส์สั่งลุยเต็มสูบในทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเขา การทำ 6 ประตูจาก 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่มบ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ขณะที่แชมป์โลกปี 2018 ทีมนี้ชนะถึง 11 จาก 13 นัดหลังสุด ซึ่งหลายทีมคงยากจะต้านทานความแข็งแกร่งของพวกเขาในช่วงฤดูร้อนนี้
ฟันธง: นอร์เวย์ 2–3 ฝรั่งเศส
คาดการณ์ 11 ตัวจริงนอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส
โซลบัคเคนต้องเจอข่าวร้ายก่อนเกมพบฝรั่งเศส เมื่อ ยูเลียน ไรเออร์สัน แบ็กขวาจากดอร์ทมุนด์ได้รับบาดเจ็บและเล่นได้เพียง 13 นาทีในนัดพบเซเนกัล คาดว่า มาร์คุส โฮล์มเกรน พีเดอร์เซน กองหลังจาโตริโนจะได้ลงทำหน้าที่แทนในเช้าวันศุกร์นี้
ส่วนตำแหน่งอื่นๆ คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากโซลบัคเคนยังคงยึดมั่นในผู้เล่นชุดที่กำลังทำผลงานได้ดี สามประสานแดนหน้าที่อันตรายอย่าง ฮาลันด์, อเล็กซานเดอร์ เซอร์ลอธ และ อันโตนิโอ นูซา จะเป็นตัวชูโรง โดยมีกัปตันทีม มาร์ติน โอเดการ์ด เป็นหัวใจสำคัญในการเจาะแนวรับฝรั่งเศส
คาดการณ์ตัวจริงนอร์เวย์ (4-3-3): ไนแลนด์; พีเดอร์เซน, อาเยอร์, เฮกเก็ม, มอลเลอร์ วูล์ฟ; โอเดการ์ด, เบิร์ก, เอาร์สเนส; เซอร์ลอธ, ฮาลันด์, นูซา

คาดการณ์ 11 ตัวจริงฝรั่งเศส พบ นอร์เวย์
เดส์ชองส์ต้องตัดสินใจในตำแหน่งแบ็กซ้ายและกองกลาง หลังจากที่ใส่ชื่อ ลูก้าส์ ดีญ และ มานู โคเน่ ลงแทน เธโอ แอร์กน็องเดซ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี ในนัดที่พบอิรัก ต้องรอดูว่า กาย สเตฟาน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ทำหน้าที่แทนในแมตช์นี้ จะกลับไปใช้ผู้เล่นชุดเดิมที่ชนะเซเนกัลในนัดเปิดสนามหรือไม่
แบร์ลีย์ บาร์โคล่า ก็ได้โอกาสลงสนามเป็นปีกซ้ายหลังจากทำประตูสุดสวยใส่เซเนกัล แต่ เดซีเร ดูเอ้ อาจได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อดวลกับแนวรับฝรั่งเศสที่ขาดแบ็กขวาตัวหลัก
สเตฟาน ยืนยันว่า วิลเลียม ซาลิบา จะพลาดลงสนามนัดนี้แน่นอนหลังจากไม่ได้ลงซ้อมเมื่อวันพฤหัสบดี โดยคาดว่า แม็กซ็องซ์ ลาครัวซ์ จะลงแทน ขณะที่กองหน้าอย่าง มาร์คุส ตูราม ก็ไม่ได้ลงซ้อมเช่นกัน
เอ็มบัปเป้, เดมเบเล่ และ โอลิเซ่ จะผนึกกำลังกับ ดูเอ้ ในแผงเกมรุกที่น่าเกรงขาม
คาดการณ์ตัวจริงฝรั่งเศส (4-2-3-1): เมญอง; กุนเด้, อูปาเมกาโน, ลาครัวซ์, ที. แอร์กน็องเดซ; ชูอาเมนี, ราบิโอต์; เดมเบเล่, โอลิเซ่, ดูเอ้; เอ็มบัปเป้
