โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม J ประจำวันพุธที่ 17 มิถุนายน
อาร์เจนตินา พบ แอลจีเรีย
เวลาแข่งขัน: 08:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

อาร์เจนตินา
ทัพ "ฟ้าขาว" ปัจจุบันรั้งอันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า (FIFA) นำทัพโดยจอมทัพกัปตันทีมวัยเก๋าที่พร้อมลงสนามทำลายสถิติส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับแกนหลักชุดแชมป์โลกที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง รวมถึงแข้งสายเลือดใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มระบบทีมได้อย่างไร้รอยต่อ แม้ว่าอาร์เจนตินาชุดนี้อาจไม่ใช่ทีมที่มีกระแสหวือหวาที่สุดในกลุ่มเต็งแชมป์ แต่เรื่องความสมานสามัคคี ความสม่ำเสมอ และหัวใจคตินักสู้ ถือว่าไม่เป็นรองใครในทัวร์นาเมนต์นี้ และพวกเขาก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นเส้นทางป้องแชมป์โลกอีกครั้ง

รายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา
ผู้รักษาประตู: 1-ฮวน มุสโซ่ (แอตเลติโก มาดริด), 12-เคโรนิโม รูยี่ (มาร์เซย์), 23-เอมิเลียโน มาร์ติเนซ (แอสตัน วิลล่า)
กองหลัง: 2-เลโอนาร์โด บาเลร์ดี้ (มาร์เซย์), 3-นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้ (ลียง), 4-กอนซาโล มอนติเอล (ริเวอร์เพลท), 6-ลิซานโดร มาร์ติเนซ (แมนฯ ยูไนเต็ด), 13-คริสเตียน โรเมโร่ (สเปอร์ส), 19-นิโคลัส โอตาเมนดี้ (เบนฟิก้า), 25-ฟากุนโด เมดิน่า (มาร์เซย์), 26-นาฮูเอล โมลิน่า (แอตเลติโก มาดริด)
กองกลาง: 5-เลอันโดร ปาเรเดส (โบคา จูเนียร์ส), 7-โรดริโก เด ปอล (อินเตอร์ ไมอามี), 8-วาเลนติน บาร์โก้ (สตราส์บูร์ก), 11-โจวานี่ โล เซลโซ่ (เรอัล เบติส), 14-เอเซเคียล ปาลาซิออส (เลเวอร์คูเซ่น), 20-อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ลิเวอร์พูล), 24-เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ (เชลซี)
กองหน้า: 9-ฮูเลียน อัลวาเรซ (แอตเลติโก มาดริด), 10-ลิโอเนล เมสซี่ (อินเตอร์ ไมอามี), 15-นิโคลัส กอนซาเลซ (แอตเลติโก มาดริด), 16-ติอาโก อัลมาดา (แอตเลติโก มาดริด), 17-จูเลียโน ซิเมโอเน่ (แอตเลติโก มาดริด), 18-นิโก ปาซ (โคโม), 21-โฮเซ่ มานูเอล โลเปซ (พัลไมรัส), 22-เลาตาโร มาร์ติเนซ (อินเตอร์ มิลาน)
แอลจีเรีย
ทีมแกร่งจากแอฟริกาเหนือ ปัจจุบันอยู่อันดับ 27 ของโลก แม้ประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมาจะไม่ได้หวือหวา ทว่าพวกเขามีสไตล์การเล่นที่เฉพาะตัวและซ่อนพิษสงไว้ไม่น้อย ด้วยการต่อบอลที่ลื่นไหล ทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม และระเบียบวินัยทางแทกติกที่เป็นหนึ่งเดียว ทำให้ทัพ "นักรบทะเลทราย" พร้อมที่จะสวมบทม้าคืดในทัวร์นาเมนต์นี้

รายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติแอลจีเรีย
ผู้รักษาประตู: ลูคา ซีดาน (กรานาดา), อุสซามา เบนบ็อต (ยูเอสเอ็ม แอลเจียร์), เมลวิน มัสติล (โลซานน์)
กองหลัง: ราฟิค เบลกาลิ (เวโรน่า), ซามียร์ เชอร์กี้ (ปารีส เอฟซี), รายาน ไอต์-นูรี่ (แมนฯ ซิตี้), จาวเอน ฮัดจาม (ยัง บอยส์), ไอซ่า มันดี้ (ลีลล์), รามี่ เบนเซบายนี่ (ดอร์ทมุนด์), ซีเนดีน เบลาอิด (ยูเอสเอ็ม แอลเจียร์), อัคราฟ อาบาด้า (เอเอสโอ ชเลฟ), อามีน ตูกาย (เอสเปรันซ์ ตูนิส)
กองกลาง: นาบิล เบนทาเลบ (ลีลล์), ฮิชาม บูดาอุย (นีซ), ฮุสเซม อาอัวร์ (อัล อิตติฮัด), ฟาเรส ชาอิบี้ (แฟรงค์เฟิร์ต), อิบราฮิม มาซ่า (เลเวอร์คูเซ่น), ยาสซีน ติตราอุย (ชาลเลอร์รัว), รามิซ แซร์รูกี (เฟเยนูร์ด)
กองหน้า: โมฮาเหม็ด อามูร่า (โวล์ฟสบวร์ก), อาเหม็ด นาดีร์ เบนบูอาลี (จีโอรี่), อาดิล บูลบีน่า (อัล ดูฮาอิล), ฟาเรส เกดเจมิส (โฟรซิโนเน่), อามีน กูอิรี่ (แรนส์), อานิส ฮัดจ์ มูซา (เฟเยนูร์ด), ริยาด มาห์เรซ (อัล อาห์ลี)
วิเคราะห์เจาะลึก
เมื่อพิจารณาจากศักยภาพทีม ถือว่าทั้งสองทีมค่อนข้างห่างกันพอสมควร อาร์เจนตินาชุดนี้อาจจะมีชื่อชั้นและมูลค่านักเตะเป็นรองทีมยักษ์ใหญ่อย่างฝรั่งเศส, สเปน หรืออังกฤษ แต่ผลงานในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ช่วงหลังคือเครื่องพิสูจน์ความยอดเยี่ยม แม้ว่า ลิโอเนล เมสซี่ จะไม่ได้อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มด้านสภาพร่างกายและความเร็วเหมือนเก่า แต่เขายังคงเป็นผู้เล่นที่อันตรายที่สุดในการสร้างสรรค์โอกาสและจบสกอร์ในแดนหน้า อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบฟุตบอลโลกรูปแบบใหม่ที่มีถึง 48 ทีม ทำให้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพความฟิตและขนาดทีมของอาร์เจนตินาในระยะยาวได้
ฝั่ง แอลจีเรีย แม้ภาพรวมจะดูเป็นรอง แต่พวกเขาก็มีผู้เล่นตัวหลักหลายคนที่ค้าแข้งใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป นอกจากนี้ วลาดิเมียร์ เพตโควิช กุนซือจอมเก๋าวัย 62 ปี ยังมีปรัชญาการทำทีมที่ชัดเจน โดยเน้นการครอบครองบอล ต่อบอลสั้นจากแดนหลัง และบีบเพรสซิ่งสูงในแดนหน้า ซึ่งในรอบคัดเลือกโซนแอฟริกา พวกเขาทำผลงานได้อย่างดุดันด้วยสถิติชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม
ด้วยความห่างของชั้นเชิงและประสบการณ์ในเวทีระดับโลก คาดว่าทัพ "นักรบทะเลทราย" น่าจะยากที่จะแบ่งแต้มไปจากแชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาในเกมนัดนี้
ออสเตรีย พบ จอร์แดน
เวลาแข่งขัน: 11:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ออสเตรีย
ออสเตรีย รั้งอันดับ 24 ของโลก พวกเขาห่างหายจากฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไปนาน แต่การกลับมาครั้งนี้ภายใต้การคุมทีมของ รังนิก ทีมได้ยกระดับขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รังนิกได้เปลี่ยนทีมที่เคยเล่นแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ให้กลายเป็น "เครื่องจักรเพรสซิ่ง" ที่ดุดัน และพวกเขากระหายที่จะสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกหนนี้
รายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติออสเตรีย
ผู้รักษาประตู: อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ (ซัลซ์บวร์ก), ฟลอเรียน วีเกเล่ (วิคตอเรีย พลเซ่น), พาทริค เพนท์ซ (บรอนด์บี้)
กองหลัง: ดาวิด อัฟเฟนกรูเบอร์ (เอลเช่), เควิน ดานโซ่ (สเปอร์ส), สเตฟาน พอช (โบโลญญ่า), ดาวิด อลาบา (เรอัล มาดริด), ฟิลิปป์ ลีนฮาร์ต (ไฟร์บวร์ก), ฟิลิปป์ มเวเน่ (ไมนซ์), อเล็กซานเดอร์ ปราสส์ (ฮอฟเฟนไฮม์), มาร์โก ฟรีเดิล (แวร์เดอร์ เบรเมน)
กองกลาง: ซาเวอร์ ชลาเกอร์ (แอร์เบ ไลป์ซิก), นิโคลัส ไซวัลด์ (แอร์เบ ไลป์ซิก), มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (ดอร์ทมุนด์), ฟลอเรียน กริลลิตช์ (ฮอฟเฟนไฮม์), คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า (เชลซี), โรมาโน ชมิด (แวร์เดอร์ เบรเมน), คริสโตฟ บอมการ์ตเนอร์ (แอร์เบ ไลป์ซิก), คอนราด ไลเมอร์ (บาเยิร์น มิวนิค), พาทริค วิมเมอร์ (โวล์ฟสบวร์ก), เพาล์ วันเนอร์ (ไฮเดนไฮม์), มิชาเอล สโวโบดา (เวเนเซีย), อเลสซานโดร เชิปฟ์ (แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์)
กองหน้า: มาร์โก อาร์เนาโตวิช (อินเตอร์ มิลาน), มิชาเอล เกรโกริตช์ (ไฟร์บวร์ก), ซาซ่า คาลายซิช (แฟรงค์เฟิร์ต)
จอร์แดน
จอร์แดน อยู่อันดับ 64 ของโลก หลังจากรอคอยมานานนับทศวรรษ ในที่สุดพวกเขาก็ทำความฝันให้เป็นจริงด้วยการผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ โดย จามาล เซลามี่ กุนซือของทีมได้ประกาศกร้าวไว้ก่อนทัวร์นาเมนต์ว่า "เป้าหมายของเราคือการสร้างประวัติศาสตร์ ไม่ใช่มาเพื่อเป็นแค่ไม้ประดับ" ทีมชุดนี้ขับเคลื่อนด้วย 12 นักเตะที่ค้าแข้งในต่างแดน ต้องมาติดตามกันว่าอดีตทีมรองบ่อนทีมนี้ จะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นม้าคืดและสร้างปาฏิหาริย์ให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นหรือไม่
รายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติจอร์แดน
ผู้รักษาประตู: 1-ยาซิด อาบู ไลลา (อัล ฮุสเซน), 12-นูเรดดิน ซายด์ (อัล ไฟซาลี), 22-อับดุลลาห์ อัล-ฟาคูรี่ (อัล วีห์ดัต)
กองหลัง: 2-โมฮัมหมัด อาบู ฮาชิช (อัล คาลดียา), 3-อับดุลลาห์ นาซิบ (อัล ซอว์รา), 4-ฮุสซาม อาบู ดาฮับ (อัล ไฟซาลี), 5-ยาซาน อัล-อาหรับ (เอฟซี โซล), 16-โมฮัมหมัด อัล-รับนาดี (เซลังงอร์), 17-ซาลิม อัล-อาจาลิน (อัล ฮุสเซน), 23-อิห์ซาน ฮัดดาด (อัล ฮุสเซน), 26-อนัส บานี ยาซีน (อัล ไฟซาลี)
กองกลาง: 6-อาเมอร์ จามูส (อัล ซอว์รา), 8-นูร์ อัล-ราวาบเดห์ (เซลังงอร์), 14-ราเจ โล มูร์รี่ (อัล ฮุสเซน), 15-อิบราฮิม ซาด้า (อัล จาซีรา), 20-โมฮัมหมัด อาบู ตาฮา (อัล ไฟซาลี), 21-นิซาร์ อัล-ราชดาน (เอมิเรตส์ คลับ), 25-โมฮัมหมัด ราเตบ (อัล วีห์ดัต)
กองหน้า: 7-โมฮัมหมัด อาบู ซรายก์ (ราจา คาซาบลังกา), 9-อารี โอลวัน (อัล ชาฮานิยา), 10-มูซา อัล-ตาแมรี่ (มงต์เปลลิเย่ร์), 11-โอเดย์ ดับบัค (ชาร์เลอรัว), 13-มาห์มูด อัล-มาร์ดี้ (อัล ฮุสเซน), 18-อิบราฮิม ซาบรา (อัล วีห์ดัต), 19-ซาอีด มูร์จัน (อัล ฮุสเซน), 24-อาลี ออลวัน (อัล ชามาล)
วิเคราะห์เจาะลึก
เมื่อดูจากชื่อชั้นและศักยภาพนักเตะ แน่นอนว่าออสเตรียดูเหนือกว่าพอสมควร การคัมแบ็กสู่บอลโลกในรอบ 28 ปีครั้งนี้ ภายใต้การเคี่ยวกรำของ รังนิก มาตลอด 4 ปี ทำให้ทีมมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องของขุมกำลังและระเบียบวินัยในเกม โดยรังนิกเผยในตอนประกาศรายชื่อว่า เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่แค่การเข้าร่วมสนุกๆ แต่ต้องการขีดเขียนหน้าประวัติศาสตร์ให้โลกจดจำฟุตบอลออสเตรียอีกครั้ง ซึ่งในเวลานี้ทีมกำลังมั่นใจและพร้อมเต็มร้อยที่จะลงสนาม
ขณะที่ จอร์แดน ถูกมองว่าเป็นรองค่อนข้างมาก แถมยังต้องมาอยู่ในกลุ่มที่หิน รวมถึงเจอปัญหานักเตะแกนหลักบาดเจ็บรบกวนก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ทำให้กูรูหลายสำนักคาดหมายว่าพวกเขาอาจจะจบบ๊วยของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนบอลจอร์แดนแล้ว การได้เห็นทีมรักโลดแล่นในฟุตบอลโลก 2026 หนนี้ ก็ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว
เมื่อเปรียบเทียบความพร้อมและระบบทีมแล้ว ออสเตรียที่มีแทกติกแข็งแกร่งและดุดันกว่า น่าจะสามารถเก็บ 3 แต้มประเดิมสนามนัดแรกไปได้ไม่ยากนัก