
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เวลาประเทศไทย สโมสรอาร์เซนอลได้จัดงาน Media Day หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ โดย ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ CBS ถึงประสบการณ์ในอดีตและเป้าหมายในการพา "ปืนใหญ่" ลุ้นระลึกความทรงจำอันแสนหวานอีกครั้งในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
**นักข่าว:** คุณยังจำประสบการณ์ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ครั้งที่พบกับเชลซีได้หรือไม่?
**ฮาแวร์ตซ์:** ในตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมไม่เคยกล้าฝันเลยว่าตัวเองจะสามารถทำประตูในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก และช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ความทรงจำนั้นยังคงฝังใจและเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจตลอดไป ผมหวังว่าจะนำจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในตอนนั้นมาใช้ในนัดชิงชนะเลิศวันเสาร์หน้า เพื่อสัมผัสกับความสุขแบบนั้นอีกครั้ง
**นักข่าว:** ก่อนจะถึงสัปดาห์นี้ ประตูชัยลูกนั้นถือเป็นจุดสูงสุดในอาชีพการค้าแข้งของคุณหรือไม่?
**ฮาแวร์ตซ์:** แน่นอนครับ ในอาชีพของผมมีช่วงเวลาที่สวยงามมากมาย แต่ถ้าต้องเลือกเพียงอย่างเดียว ประตูในนัดชิงชนะเลิศครั้งนั้นมีความหมายต่อผมมากที่สุด
**นักข่าว:** การคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จะช่วยยกระดับทั้งตัวนักเตะ ทีม และสโมสรในด้านใดบ้าง? หลายคนเชื่อว่าถ้วยใบนี้มีมนต์ขลังพิเศษที่มอบความเชื่อมั่นและพาให้ทุกคนก้าวไปสู่อีกระดับ
**ฮาแวร์ตซ์:** แชมเปียนส์ลีกและพรีเมียร์ลีกต่างก็เป็นถ้วยรางวัลที่คว้ามาครองได้ยากที่สุดในโลกฟุตบอล รายการนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และตำนาน ผมดูรายการนี้มาตั้งแต่เด็ก การได้ยืนอยู่บนสนามนัดชิงชนะเลิศมันเหมือนกับความฝัน ตอนนี้พวกเราก้าวเข้าสู่รอบชิงตามที่หวังแล้ว และก้าวต่อไปคือการทุ่มเทสุดตัวเพื่อคว้าแชมป์ เส้นทางข้างหน้าต้องยากลำบากแน่นอน แต่พวกเราเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว
**นักข่าว:** ช่วยเล่าถึงเส้นทางของคุณในฤดูกาลนี้หน่อย คุณมีทั้งช่วงที่โดดเด่นในเกมพบเบิร์นลีย์ หรือสปอร์ติง ลิสบอน แต่ก็ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บและต้องพักยาว คุณรู้สึกอย่างไรกับความผันผวนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้?
**ฮาแวร์ตซ์:** ช่วงเวลาที่ต้องพักรักษาตัวนั้นยากลำบากมาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นอาการบาดเจ็บซ้ำจากแผลเดิม ในช่วงนั้นฟอร์มของผมตกลงไปมาก แต่โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์คอยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจให้ผมกลับมามีความเชื่อมั่นและหาฟอร์มเก่งให้เจออีกครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทุกคนบอกผมว่าทีมยังมีเป้าหมายอีกมากมายที่รอให้ไปถึง ซึ่งนั่นทำให้ผมปรับทัศนคติใหม่
ตอนนี้ผมได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทีมในทุกๆ วัน แม้ในช่วงที่บาดเจ็บ ผมก็พยายามช่วยทีมจากข้างสนาม อาการบาดเจ็บเป็นเรื่องทรมานเสมอ แต่ผมดีใจมากที่ฟื้นตัวกลับมาได้ ตอนนี้ผมรู้สึกผ่อนคลายมากและหวังว่าจะช่วยทีมต่อไปได้
**นักข่าว:** ในช่วงพักฟื้น มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คุณก้าวข้ามช่วงวิกฤตและกลับมามีความมั่นใจในอนาคตอีกครั้งหรือไม่?
**ฮาแวร์ตซ์:** ผมต้องเข้ารับการผ่าตัดถึงสองครั้ง และต้องใส่เครื่องป้องกันไว้หลายสัปดาห์ ช่วงนั้นผมออกไปไหนไม่ได้ เคลื่อนไหวลำบาก และทำอะไรไม่ได้เลย สำหรับผม จุดเปลี่ยนทางจิตใจคือวินาทีแรกที่ได้ก้าวเท้าลงสู่สนามซ้อม การได้กลับมาสวมรองเท้าสตั๊ดและยืนบนผืนหญ้าอีกครั้งเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก และนั่นคือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเส้นทางการฟื้นตัว
**นักข่าว:** ฤดูกาลนี้ทีมเจออุปสรรคไม่น้อย มีเกมพรีเมียร์ลีกนัดไหนบ้างที่ช่วยยกระดับจิตวิญญาณของทั้งทีมได้มากที่สุด?
**ฮาแวร์ตซ์:** เกมคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศที่เราแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นนัดที่ผมจำได้แม่น หลังจบเกมพวกเราต่างรู้ดีว่าทีมสามารถทำได้ดีกว่านี้ หลังจากความพ่ายแพ้นั้นประจวบเหมาะกับช่วงพักเบรกทีมชาติพอดี ทั้งทีมจึงตกลงกันว่าเมื่อกลับมาเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้น นับตั้งแต่นั้นมา ทิศทางของทีมก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา การแพ้ในนัดชิงเป็นเรื่องน่าผิดหวัง แต่การที่เราก้าวข้ามความมืดมนนั้นมาจนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ คือประสบการณ์ที่มีค่ามากจริงๆ
**นักข่าว:** คุณเคยบอกว่าตอนสมัยอยู่เชลซีในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก ทีมของคุณไม่ได้เป็นตัวเต็ง และตอนนี้หลายคนก็มองว่าอาร์เซนอลเป็นรองในการชิงชนะเลิศครั้งนี้ ในห้องแต่งตัวพวกคุณมองว่าตัวเองเป็นทีมเต็ง หรือพยายามรักษาใจให้เป็นปกติ?
**ฮาแวร์ตซ์:** พวกเราไม่หมกมุ่นกับเรื่องพวกนั้นเลย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปเมื่อปีที่ผ่านมา และฤดูกาลนี้ก็ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม
นี่เป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์สโมสรอาร์เซนอลที่เข้าถึงรอบชิงแชมเปียนส์ลีก แต่พวกเรามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับสูงมาโดยตลอด และการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้ก็ยิ่งทำให้เรามีความฮึกเหิม ไม่ว่าคนภายนอกจะมองอย่างไร เราจะทุ่มเทสุดตัวเพื่อลงไปเอาชนะคู่แข่งในสนาม
**นักข่าว:** พูดถึง มิเกล อาร์เตต้า หน่อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขามีอิทธิพลต่อคุณอย่างไรบ้าง?
**ฮาแวร์ตซ์:** มีอิทธิพลมหาศาลครับ เขาเป็นคนพาผมมาที่สโมสรแห่งนี้ เขาแนะนำผมมากมายทั้งเรื่องแท็กติกในสนามและการใช้ชีวิตนอกสนาม ในยามที่ผมเจออุปสรรค เขาก็ให้ความช่วยเหลือผมอย่างมาก ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณจริงๆ ผมร่วมงานกับเขามา 3 ปีแล้ว และตอนนี้พวกเราตอบแทนเขาด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก การได้เห็นเขานำพาสโมสรกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้งเป็นเรื่องที่สวยงามมากจริงๆ